Top 5 สีที่ใช้บ่อยที่สุด 🎨
- Paint You Studio

- Apr 10
- 2 min read

ปกติสีที่ใช้บ่อยที่สุดเวลาเขียนสีน้ำมันคือ สีขาว แต่วันนี้จะมาแชร์สีตัวอื่นที่ใช้บ่อยนอกจากสีขาวนะคะ ซึ่งของแบบนี้เป็นความชอบส่วนตัว ว่าชอบวาดอะไร ชอบใช้สีโทนไหน สำหรับผู้เขียน สีที่ใช้บ่อยติด Top 5 (ไม่นับสีขาว) มีดังนี้ค่ะ
1. Ultramarine blue
2. Yellow orche
3. Burnt sienna
4. Raw umber
5. Cadmium red light
---
1. Ultramarine blue (PB29)
สำหรับผู้เขียน เป็นสีน้ำเงินที่ใช้บ่อยที่สุด เพราะความเข้มสีไม่เข้มไม่อ่อนเกินไป ราคาไม่แพง ใช้ผสมกับสีอื่นได้ดี ใช้ผสมเป็นสีดำก็ได้ โดยนำ Ultramarine blue ผสมกับ Raw umber หรือ Burnt umber หรือ Transparent brown จะได้สีดำที่ดูมีมิติ เป็นสีที่มีทั้งแบบโปร่งแสงและกึ่งทึบแสงแล้วแต่ยี่ห้อ
ในท้องตลาดที่วางขายจะมี 2 โทน คือ
Ultramarine blue light
หรือ Ultramarine blue green shade เป็นอัลตร้ามารีนที่ออกโทนเขียวกว่า
Ultramarine blue deep
หรือ Ultramarine blue red shade เป็นอัลตร้ามารีนที่ออกโทนแดง มีสีที่เข้มกว่า บางทีจะเรียกว่า French Ultramarine blue
ยี่ห้อไหนที่ขาย Ultramarine blue แค่โทนเดียว ส่วนมากสีจะไปทาง Green shade ค่ะ ผู้เขียนจะมีไว้ทั้งสองโทน สำหรับภาพที่แตกต่างกัน แบบ Green shade เหมาะกับภาพโทนเขียว / ส่วน Red shade จะเหมาะกับภาพโทนม่วง หรือภาพสีเข้มๆ
ในเรื่องความคงทนแสง Ultramarine blue ทนแสงได้ระดับดีเยี่ยม ดีกว่า Pthalo blue, Prussian blue แต่ไม่เท่า Cobalt blue
---
2. Yellow orche (PY42)
เป็นสีเหลืองดินที่ใช้บ่อยในการเขียนภาพเหมือน ในท้องตลาดจะนิยมใช้ Pigment อยู่สองชนิด คือ
PY42
เรียกว่า Synthetic yellow iron oxide หรือ Mars Yellow เป็นสีเหลืองดินแบบสังเคราะห์ มีความทึบแสง และมีพลังความเข้มข้นของพิกเมนต์ที่สูงกว่า
PY43
เรียกว่า Natural yellow iron oxide เป็นสีเหลืองดินที่ได้จากธรรมชาติ มีความกึ่งทึบแสง พลังความเข้มสีน้อยกว่า PY42 แต่มีความนวลกว่า
ใครจะใช้พิกเมนต์ตัวไหนก็ได้แล้วแต่ชอบเลย หลายคนชอบ PY43 เพราะนวลกว่า ง่ายกว่าเวลาผสมสีผิวคน แต่แอดมินเลือกใช้ PY42 เพราะความเข้มสีมากกว่า ทึบแสงกว่าค่ะ
เวลาซื้อสีตัวนี้จะดูที่เลขพิกเมนต์ เพราะ PY42 ของบางยี่ห้อไม่ได้ใช้ชื่อว่า Yellow orche เสมอไป แต่ใช้ชื่อว่า Mars Yellow , Yellow oxide, Yellow orche pale หรือชื่ออื่นๆ เลยต้องเช็คที่ฉลากหรือชาร์ทสีก่อนค่ะ
---
3. Burnt sienna (PBr7, PR101)
เป็นสีแดงดินที่สารพัดประโยชน์ ใช้ผสมกับสีอื่นได้ดี สำหรับสีตัวนี้ ในท้องตลาดเราจะเจอพิกเมนต์อยู่สองชนิด ได้แก่
PBr7
คือ Burnt sienna ของแทร่! ที่เป็นเม็ดสีจากธรรมชาติ เกิดจากการนำสี Raw sienna มาให้ความร้อนจนเปลี่ยนเป็นสีแดง Burnt sienna แต่ละยี่ห้อจะมีโทนสีที่แตกต่างกัน มีขายตั้งแต่แบบกึ่งโปร่งแสงไปจนถึงทึบแสง บางยี่ห้อเช่น Williamsburg จะใช้เลขพิกเมนต์ว่า PR102 ซึ่งก็เป็นเม็ดสีธรรมชาติเช่นกันค่ะ
PR101
คือ เม็ดสีสังเคราะห์ หรือเรียกว่า Transparent red oxide จะมีความโปร่งแสงกว่า PBr7 บางยี่ห้อจะใช้พิกเมนต์ตัวนี้ในชื่อ Burnt sienna เพราะหาได้ง่ายกว่าและให้สีที่เข้มกว่าของธรรมชาติ ยี่ห้อที่ใช้ Transparent red oxide ในชื่อ Burnt sienna ได้แก่ Winsor artist ,Rembrandt, Utretcht
สำหรับผู้เขียน ชอบ Burnt sienna แบบกึ่งโปร่งแสง เพราะใช้ผสมสีเข้มๆ ได้ดีกว่าแบบทึบแสงค่ะ (ถ้าอยากใช้สีแดงดินที่ทึบแสง แอดจะไปใช้พวก Venetian red / Red earth / Red oxide / Terra rosa / English red มากกว่า) ด้วยความที่ชอบสีนี้แบบโปร่งแสง-กึ่งโปร่งแสง บางทีแอดจะใช้ Transparent red oxide แทน Burnt sienna เลยก็มี
---
4. Raw umber (PBr7)
เป็นหนึ่งในกลุ่มสีดิน สีออกน้ำตาลเทา มีขายทั้งแบบทึบแสงและกึ่งทึบแสง เป็นสีที่แห้งเร็วเนื่องจากมีส่วนผสมของแร่แมงกานีส นิยมใช้ในชั้น underpainting และใช้ผสมกับสีอื่น เพื่อให้ได้อุณหภูมิสีที่เย็นลง เมื่อนำมาเปรียบกับ Burnt umber จะพบว่า Burnt umber มีความเข้มสีมากกว่า และมีอันเดอร์โทนที่แดงกว่า
จากข้อสังเกตส่วนตัว Raw umber ในท้องตลาดจะพบอยู่ 3 โทนคือ
โทนเขียว
พบได้เป็นส่วนใหญ่ เมื่อผสมขาวจะได้สีน้ำตาลเทา ออกเขียวนิดๆ (นิดเดียวจริงๆ ต้องเทียบกับ Raw umber โทนอื่นถึงจะเห็นความแตกต่าง)
โทนเหลือง
เมื่อผสมขาวจะได้สีน้ำตาลเทา ที่ติดเหลืองนิดๆ ยี่ห้อที่มี Raw umber โทนเหลือง ก็เช่น Old Holland, Winsor artist
โทนเทา
เมื่อผสมขาวจะได้สีน้ำตาลเทา แบบ neutral ยี่ห้อที่มี Raw umber โทนเทา ได้แก่ Vasari, Gamblin, Shiva
จะเลือกใช้ Raw umber โทนไหนก็อยู่ที่คนวาดเลย ส่วนใหญ่ที่เจอในท้องตลาดจะเป็นโทนเขียว แต่สำหรับผู้เขียนชอบใช้โทนเหลืองหรือเทาค่ะ
---
5. Cadmium Red Light (PR108)
ด้วยความที่เขียนภาพคนเป็นหลัก เลยใช้สีนี้บ่อยค่ะ เพราะจะใช้ Zorn palette (Yellow orche, Cad Red Light, Ivory black) เป็นตัวยืนแล้วเพิ่มสีตัวอื่นเข้าไป สีแคดเมียมนั้นมีความเข้มข้นสูง ทึบแสง ทนแสงได้ดีเยี่ยม ถึงเป็นสีซีรีส์สูงที่มีราคาแพง แต่มีพลังสีเข้มข้นมาก หลอดนึงใช้ได้นานหลายปีค่ะ
เมื่อนำไปผสมขาว จะได้สีที่มีความตุ่นนิดๆ ไม่สดแหลมเหมือนเม็ดสีพวก Naphthol, Pyrrole แต่ก้อเป็นความสวยที่ดูนวลตา แคดเมี่ยมเป็นสีประเภท inorganic (อนินทรีย์) จะมีความทนแสงสูง แต่ไม่ค่อยทนต่อสภาพอากาศนอกอาคาร
ข้อควรระวังในการใช้สีแคดเมียม
แคดเมี่ยมเป็นสีที่แห้งช้า ถ้าต้องการเขียนด้วยเทคนิค impasto แบบหนาๆ ด้วยแคดเมี่ยมเพียวๆ จะใช้เวลานานมากกว่าสีจะแห้ง ควรนำไปผสมกับมีเดียมให้แห้งเร็วขึ้น
แคดเมี่ยมเป็นสีที่เป็นพิษ Toxic ควรระวังไม่เอาเข้าปาก ห้ามสูดดมฝุ่นละอองจากสี เช่น การบดผงแคดเมี่ยมทำสีน้ำมันเอง หรือการขัดภาพที่ใช้สีแคดเมี่ยมด้วยกระดาษทราย กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดฝุ่นละออง ผ่านทางลมหายใจ เข้าไปสะสมในร่างกายได้ ส่วนสีน้ำมันจากหลอดนั้นไม่เป็นอันตราย เพราะสีได้ผสมกับน้ำมันเรียบร้อยแล้ว จึงไม่ฟุ้งกระจายในอากาศ
ห้ามสัมผัสสีบริเวณที่เป็นแผล เพราะแคดเมี่ยมสามารถเข้าสู่ร่างกายทางกระแสเลือดได้ ศิลปินบางท่านจึงใส่ถุงมือไว้เสมอ เพราะบางครั้งเราไม่รู้ว่านิ้วเรามีแผลเล็กๆหรือไม่ สำหรับแอดก็ไม่ได้ใส่ถุงมือเวลาวาดแต่อย่างใดค่ะ ถ้าสีเปื้อนก็แค่เดินไปล้างออก แต่ใส่ถุงมือเฉพาะเวลาล้างพู่กัน
--- บทความโดย Paint You Studio https://paintyoustudio.wixsite.com/home



Comments